พระอาจารย์กล่าวว่า "ตอนนี้อาตมาเสียงหล่อมาก เป็นหวัดมาเกือบ ๒ อาทิตย์แล้ว รู้สึกว่าหวัดระยะหลังนี่หายยากมาก แต่ถ้าอยู่ที่วัดโอกาสที่จะหายก็ยาก เพราะว่าฝนตกทั้งวันทั้งคืน โดยเฉพาะตกตอนบิณฑบาต พอเริ่มเดินจากวัดฝนก็จะตก พอเดินครบ ๕ กิโลเมตรกลับจะถึงวัด ฝนก็หยุด...! เจตนาแกล้งกันชัด ๆ ถ้าเปียกเสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่ต้นทางนี่ไม่ว่าอะไร เพราะถือว่าออกไปก็ต้องเปียก แต่มีบางครั้งเดินมาจนถึงหัวสะพานจะเข้าวัดอยู่แล้ว ฝนเทตูมลงมา เหลือไม่กี่ก้าวจะเข้าวัด เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำเลย แกล้งกันจริง ๆ"
"แต่ว่าที่วัดมีกติกาที่บำเพ็ญมาโดยที่ไม่ต้องมีลายลักษณ์อักษร ก็คือ จะฝนตกแดดออก ฟ้าถล่มดินทลาย พระก็ต้องออกบิณฑบาต ญาติโยมหลายคนถามว่า “หลวงพ่อ...จนป่านนี้แล้วยังบิณฑบาตเองอีกหรือ ?” “ทำไมถึงพูดอย่างนั้นละโยม ?” โยมเขาบอกว่า “ที่อื่นเขาเป็นเจ้าอาวาส เขาก็ให้ลูกวัดบิณฑบาตให้ฉันแล้ว”
.
หลวงพ่อวัดท่าซุงไม่เคยสอนอย่างนั้น ไม่เคยสอนว่าเป็นเจ้าอาวาสแล้วให้ลูกวัดหรือเณรบิณฑบาตแทนได้ ไม่เคยสอนว่าเป็นเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ แล้วให้ลูกวัดบิณฑบาตแทนได้"
.
"พระพุทธเจ้าของเรายังบิณฑบาตจนวาระสุดท้ายของชีวิต พระองค์ท่านบิณฑบาตมื้อสุดท้ายที่บ้านของนายจุนทกัมมารบุตร เสวยลงไปแล้วถ่ายเป็นเลือด พระองค์เกรงว่าคนจะกล่าวหาว่านายจุนทะถวายบิณฑบาตแล้วทำให้พระพุทธเจ้าปรินิพพาน อุตส่าห์สั่งพระอานนท์ไว้ว่า
.
"อานันทะ...ดูก่อนอานนท์ ถ้าต่อไปมีใครกล่าวหานายจุนทกัมมารบุตร ขอเธอจงบอกกับเขาทั้งหลายเหล่านั้นว่า บิณฑบาต ๒ ครั้งในชีวิตขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่กว่าบิณฑบาตทุกครั้ง นั่นคือบิณฑบาตที่เสวยแล้วตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ และบิณฑบาตที่เสวยแล้วเสด็จดับขันธปรินิพพาน"
.
"ในพระพุทธศาสนาของเราผู้ที่ถวายบิณฑบาตพระพุทธเจ้าแล้วได้ผลานิสงส์มากที่สุด ก็คือ นางสุชาดาเสนิยบุตร กับนายจุนทกัมมารบุตร คนหนึ่งถวายพระองค์ท่านเสวยแล้วตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ อีกคนหนึ่งถวายเสวยแล้วปรินิพพาน"
.
"ยังมีแรงอาตมาก็เดินไปเรื่อย ๆ แต่อาตมาออกระเบียบวัดไว้แล้วว่า ภิกษุรูปใดอายุถึง ๖๐ ถ้าไม่ต้องการบิณฑบาต หรือเดินบิณฑบาตไม่สะดวก ก็ให้ไปฉันที่โรงครัวได้เลย ปัจจุบันนี้มีรูปเดียวที่ทำตามนั้น ก็คือ หลวงตาปรีชา อกิญฺจโน แต่ก็ไม่ได้ให้ท่านอยู่ว่าง ๆ นะ ระหว่างที่พระบิณฑบาต หลวงตาท่านก็เดินตรวจวัด ห้ามอยู่เฉย ๆ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวพระออกไปหมด ใครมางัดแงะกุฏิก็ไม่รู้"
"แต่ก็อย่างว่า แก่ปานนั้นแล้วถึงโจรมาแงะจริง ๆ จะไปทำอะไรโจรได้ อาศัยที่หลวงตารูปร่างสูงใหญ่พอที่จะขู่เขาได้ แต่ต้องอย่าเดิน ยืนเฉย ๆ จ้องหน้าโจรก็พอ ถ้าเดินเดี๋ยวเขารู้ว่าแก่ เพราะว่าเดินเซแล้ว"
..
เก็บตกบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนสิงหาคม ๒๕๕๙
No comments:
Post a Comment